ในยุค Digital Tranformation ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานมากขึ้น ทำให้บริษัทส่วนใหญ่ทั่วโลกมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงาน โดยเริ่มมีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาผสมผสานกับการทำงาน ช่วยให้งานเป็นระบบ มีความแม่นยำ ลดข้อผิดพลาด และสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์ นวัตกรรม ระบบปฏิบัติการ หรือ แอปพลิเคชันต่าง ๆ ล้วนได้รับการพัฒนามาจาก “Software Engineer” ทั้งหมด
บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Software Engineer คืออะไร ทำอะไรบ้าง มีหน้าที่อะไร พร้อมตอบคำถามที่หลายคนสงสัยว่าทำไมหลายองค์กรจำเป็นต้องมี Software Engineer
Software Engineer คือ
Software Engineer หรือที่หลายคนเรียกว่า วิศวกรรมซอฟต์แวร์ คือ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบพัฒนา และบำรุงรักษาระบบซอฟต์แวร์ โดย Software Engineer ถือว่ามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นผู้สร้างและดูแลซอฟต์แวร์ที่ใช้งานในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ขององค์กร เช่น ระบบหลังบ้านภายในองค์กร หรือ ผลิตภัณฑ์ที่เสนอให้ลูกค้า ซึ่งการมี Software Engineer ที่มีความชำนาญจะช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับองค์กร ทำให้บุคลากรทำงานได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งสามารถช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อีกด้วย
Software Engineer VS Software Programmer ต่างกันยังไง
หลายคนน่าจะยังสับสนความแตกต่างระหว่างตำแหน่ง Software Engineer และ Software Programmer ซึ่งทั้งสองตำแหน่งมีบทบาทและการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ระบบซอฟต์แวร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดย Software Engineer มีหน้าที่วางแผน พัฒนา และออกแบบระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ขององค์กร ไปจนถึงการตรวจสอบและทดสอบระบบ โดยคำนึงถึงการใช้งานระยะยาว ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของระบบเป็นหลัก ในขณะที่ Software Programmer มีหน้าที่เขียนโปรแกรมตามข้อกำหนดเฉพาะที่ได้รับจาก Software Engineer หรือ ผู้บริหารโปรเจกต์นั้นเอง
ประโยชน์ของ Software Engineer ต่อองค์กร
ในปัจจุบัน Software Engineer กลายเป็นตำแหน่งที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อองค์กรในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้
1. เพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ
Software Engineer มีความสามารถในการออกแบบและพัฒนาระบบที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคและองค์กรได้อย่างตรงจุด ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ขององค์กร และทำให้องค์กรสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ในระยะยาว
2. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
การใช้ซอฟต์แวร์และโปรแกรมที่เหมาะสมจะช่วยให้องค์กรดำเนินงานได้รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาดและต้นทุนในการดำเนินงาน พร้อมทั้งช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
3. สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับองค์กร
Software Engineer มีหน้าที่ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทำให้องค์กรมีความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ทำให้องค์กรสามารถแข่งขันในตลาดได้ด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีความแม่นยำและทันสมัย
4. ความปลอดภัยของข้อมูลและระบบ
ในยุคที่ข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่ง Software Engineer มีหน้าที่ในการพัฒนาระบบที่มีความปลอดภัย เพื่อป้องกันการโจมตีบนโลกออนไลน์ และรักษาข้อมูลที่สำคัญขององค์กรไม่ให้เกิดการรั่วไหล หรือสูญหาย พร้อมทั้งยังป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วย
5. สนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูล
Software Engineer สามารถสร้างและพัฒนาระบบที่ช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นในทุกด้าน
6. เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
Software Engineer สามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ ที่สามารถเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับองค์กร เช่น แอปพลิเคชันที่ทำให้เกิดแหล่งรายได้ใหม่ หรือ โปรแกรมที่ช่วยขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ เป็นต้น
Software Engineer ถือว่าเป็นทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จในยุค Digital Tranformation สำหรับองค์กรที่ต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางระบบ พัฒนาแอปพลิเคชันและโปรแกรม ที่สามารถช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น Hocco เราเป็นบริษัท Software House ที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับทุกความต้องการของธุรกิจ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลโซลูชั่น เราสามารถช่วยดูแลพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
สกิลที่ Software Engineer จำเป็นต้องมี
1. ตำแหน่ง Software Engineer จำเป็นที่จะต้องมีทักษะหลากหลายเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
2. ทักษะการเขียนโปรแกรม (Programming) ต้องมีความเชี่ยวชาญในการเขียนโค้ดด้วยภาษาการเขียนโปรแกรม เช่น Python, Java, C++, JavaScript, และอื่น ๆ
3. มีความสามารถในการออกแบบโครงสร้างของระบบซอฟต์แวร์ให้มีความยืดหยุ่นตอบโจทย์การทำงาน ความต้องการของผู้ใช้งาน และมีประสิทธิภาพ
4. รู้วิธีการทดสอบซอฟต์แวร์เพื่อตรวจหา Error ต่าง ๆที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง
5. ต้องเข้าใจการออกแบบ ดูแล และวิธีการใช้ฐานข้อมูล เช่น SQL, NoSQL, และวิธีการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
6. มีความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรม แอปพลิเคชัน โดยใช้เฟรมเวิร์กและเทคโนโลยีที่เหมาะสม
7. มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือควบคุมเวอร์ชัน เช่น Git และ GitHub หรือ GitLab เพื่อจัดการการเปลี่ยน
มีทักษะอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา การจัดการเวลาและทรัพยากร รวมไปถึงทักษะการเรียนรู้ การปรับตัว และการทำงานร่วมกับทีม
สรุป
แน่นอนว่าในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการทำงาน Software Enginee จึงกลายเป็นตำแหน่งที่หลายองค์กรต้องการตัว เพราะ Software Engineer ถือเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่สำคัญที่ช่วยให้องค์กรมีโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ จากโปรแกรมและแอปพลิเคชันที่ทันสมัย พร้อมทั้งช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันในการตลาดได้อย่างโดดเด่นและเหนือกว่าคู่แข่งขันเจ้าอื่น ๆ ด้วยข้อมูลที่แม่นยำและรวดเร็วนั้นเอง
อ้างอิง
https://www.mtu.edu/cs/undergraduate/software/what/
0 Comment